สมบัติทางเคมีของวัสดุแก้ว

       เมื่อเทียบกับวัสดุประเภทอื่นๆ เช่น โลหะ และโพลิเมอร์ แก้วนับว่ามีความทนทานต่อสารเคมีมากกว่า จึงนิยมนำมาใช้เป็นภาชนะบรรจุต่างๆ แต่อย่างไรก็ตามแก้วก็สามารถเกิดปฏิกิริยาทางเคมีได้
1. ปฏิกิริยาของโครงสร้างแก้วกับความชื้น แก้วที่ทิ้งไว้นานอาจเกิดปฏิกิริยาเคมีกับความชื้นได้ ดังต่อไปนี้
= Si - O - Si = + H2O ---> = Si - OH + HO - Si =
สำหรับในสภาพที่เป็นด่าง จะทำปฏิกิริยาต่อเนื่องกับความชื้น
= Si - O - Si = + OH- ---> = Si - OH + -O - Si =
= Si - O- + H2O ---> = Si - OH + OH-
ปฏิกิริยาในสภาพที่เป็นกรด

= Si - O- Na+ + OH- ---> = Si - OH + Na+

จะเห็นว่าในสภาพที่เป็นด่างจะเกิดปฏิกิริยาที่ต่อเนื่อง ซึ่งทำลายโครงสร้างของแก้วได้มากกว่าสภาพที่เป็นกรด
2. ปฏิกิริยาของ Na2O กับความชื้น ชั้นของแก้วที่มีปริมาณ Na2O มากอาจเกิดปฏิกิริยากับความชื้นได้ง่าย ดังต่อไปนี้
Na2O + H2O ---> 2NaOH
NaOH ที่เกิดขึ้นจะทำปฏิกิริยากับ CO2 ในอากาศ
2NaOH + CO2 ---> Na2CO3 + H2O
        เรียกปรากฎการณ์นี้ว่า Blooming โดย Na2CO3 มีลักษณะเป็นฝ้าขาวและจะหนาขึ้นเรื่อยๆ และ NaOH ซึ่งเป็นด่างจะกัดกร่อนชั้นซิลิกาด้วย การนำขวดเก่าไปล้างฝ้าขาวนี้ออกและนำไปบรรจุน้ำ อาจพบตะกอนของซิลิกาที่ก้นขวดหรือขวดที่ล้างแล้วเก็บไว้ ก็อาจพบว่ามีการตกสะเก็ดเป็นแผ่นๆ ขึ้น เรียกปรากฎการณ์นี้ว่า Flaking
 

[ความหมาย] [ประวัติของแก้ว] [ชนิดของแก้ว] [วัตถุดิบ] [สมบัติของวัสดุแก้ว] [การผลิต] [การใช้งาน] [อุตสาหกรรม]

 
 
Copyright ® 1997-2002,MTEC,NSTDA. All rights reserved.